
หน่วยปฏิบัติการวิจัยปฏิบัติการวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบรรเทา และการปรับตัว (CMARE) พัฒนาและแต่งเพลงนำร่อง “อยู่กับทาง” เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ดนตรีช่วยสนับสนุนความตื่นตัว ลดความจำเจ และช่วยให้ผู้ขับคงความสนใจอยู่กับการขับขี่ โดยนำองค์ความรู้จากงานวิจัยด้านดนตรี ความเหนื่อยล้า ความสนใจ และพฤติกรรมการขับรถมาใช้เป็นกรอบในการออกแบบเพลง
งานของ Li และคณะ (2019) พบว่า ในเงื่อนไขการขับทางไกลที่ศึกษา เพลงจังหวะปานกลาง ให้สมดุลระหว่างการลดความเหนื่อยล้าและการรักษาความสนใจได้ดีกว่าเพลงที่ช้าหรือเร็วมาก ขณะที่ Orsini และคณะ (2024) พบจากการทดลองใน Driving Simulator ว่า การฟังเพลง สามารถช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการขับที่จำเจได้ในระยะสั้น
แนวคิดการออกแบบดนตรี สำหรับการขับขี่โดยเฉพาะยังมีงานของ Brodsky และ Kizner (2012) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสามารถพัฒนา in-car music โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและภาระด้านความสนใจของผู้ขับได้ ขณะที่งานวิเคราะห์อภิมานของ Millet และคณะ Chattah (2019) และการทบทวนอย่างเป็นระบบของ Ghojazadeh และคณะ (2023) บ่งชี้ว่า ผลของดนตรีต่อการขับรถ มีความซับซ้อน เพลงที่เร็วหรือกระตุ้นมาก ไม่จำเป็นต้องทำให้การขับดีขึ้นเสมอไป และต้องพิจารณาทั้ง tempo ระดับเสียง ลักษณะเพลง และบริบทการขับร่วมกัน
จากหลักฐานดังกล่าว หน่วยปฏิบัติการวิจัยปฏิบัติการวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบรรเทา และการปรับตัว (CMARE) จึงออกแบบเพลง “อยู่กับทาง” ให้มีจังหวะระดับปานกลาง มีพลังแต่ไม่เร่งเร้ามากเกินไป ใช้เนื้อร้องสั้นและจำง่าย โดยเน้นข้อความสำคัญ
“มองทาง
– เว้นห่าง – รู้ตัว”
“ไม่รีบ – ไม่ฝืน – ไม่เสี่ยง”
และ
“ง่วงไม่ฝืน – จอดพักก่อน”
เพลงนี้ แต่งและพัฒนา โดยหน่วยปฏิบัติการวิจัยการวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบรรเทา และการปรับตัว (CMARE) โดยใช้ Suno AI เป็นเครื่องมือช่วยผลิตเสียงดนตรีและเสียงร้อง ภายใต้แนวคิด เนื้อร้อง และกรอบการออกแบบที่กำหนดจากหลักฐานทางวิชาการ
“อยู่กับทาง” จึงเป็นเพลงนำร่องที่ออกแบบโดยใช้หลักฐานวิชาการ (Evidence-Informed Pilot Song) และยังไม่ได้อ้างว่าเป็นเพลงที่สามารถป้องกันการหลับในได้ เป้าหมายของการพัฒนาในระยะนี้คือการนำไปทดลองและประเมินว่า รูปแบบดนตรีและข้อความดังกล่าวสามารถช่วยสนับสนุนความตื่นตัว ลดความจำเจ และช่วยคงความสนใจระหว่างการขับขี่ได้เพียงใด
ทดลองรับฟังเพลง
“อยู่กับทาง”
https://drive.google.com/drive/folders/1NcNw-jH2iWye0gPOBGKJPsLUmL3JyonN?usp=sharing
ผู้สนใจ สามารถทดลองรับฟังระหว่างการเดินทางตามปกติและร่วมสะท้อนประสบการณ์ เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาและศึกษาต่อไป ทั้งนี้ เพลง ไม่สามารถทดแทนการพักผ่อนได้ หากเริ่มง่วง ตาหนัก หรือสมาธิลดลง ควรหยุดรถในสถานที่ปลอดภัยและพักก่อนเดินทางต่อ ตามคำแนะนำด้านการป้องกันการขับขี่ขณะง่วงของ National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA)
เอกสารอ้างอิง
Li, R., Chen, Y. V., & Zhang, L. (2019). Effect of Music Tempo on Long-Distance Driving: Which
Tempo Is the Most Effective at Reducing Fatigue? i-Perception, 10(4).
Orsini, F., Baldassa, A., Grassi, M., Cellini, N., & Rossi, R. (2024). Music as a countermeasure to
fatigue:
A driving simulator study. Transportation Research Part F: Traffic Psychology and
Behaviour,
103, 290–305. https://doi.org/10.1016/j.trf.2024.04.016
Brodsky, W.,
& Kizner, M. (2012). Exploring an alternative in-car music background
designed for driver safety. Transportation
Research Part F: Traffic Psychology and
Behaviour,
15(2), 162–173. https://doi.org/10.1016/j.trf.2011.12.001
Millet, B., Ahn,
S., & Chattah, J. (2019). The impact of music on vehicular performance:
A meta-
analysis.
Transportation Research Part F: Traffic Psychology and Behaviour, 60, 743–760.
https://doi.org/10.1016/j.trf.2018.10.007
Farhoudi, M., Rezaei,
M., Rahnemayan, S., Narimani, M., & Sadeghi-Bazargani, H.. (2023). Effect
of
music
on driving performance and physiological and psychological indicators: A
systematic
review and meta-analysis study. Health Promotion Perspectives,
13(4),
267–279. https://doi.org/10.34172/hpp.2023.32
ภาพและข่าว : คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มมส / ดร.ธายุกร พระบำรุง
เผยแพร่โดย : ชลทิตย์ สีเทา
ณ วันที่ : 18 กันยายน 2569
คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม|Faculty of Environment and Resource Studies Mahasarakham University