Breaking News
Home / ข่าว / กิจกรรม : งานวิจัย / CMARE สนับสนุนวิชาการเชื่อม MCR2030 สู่การพัฒนามหาสารคามเป็นเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนและ เมืองรีซิเลียนซ์ต่อภัยพิบัติ

CMARE สนับสนุนวิชาการเชื่อม MCR2030 สู่การพัฒนามหาสารคามเป็นเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนและ เมืองรีซิเลียนซ์ต่อภัยพิบัติ

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา หน่วยปฏิบัติการวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบรรเทา และการปรับตัว (CMARE) คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดย ดร.ธายุกร พระบำรุง ผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการวิจัยฯ  ร่วมสนับสนุนด้านวิชาการแก่ เทศบาลเมืองมหาสารคาม ในการพัฒนาเมืองที่เชื่อมโยง สิ่งแวดล้อม การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามแนวทาง Making Cities Resilient 2030 (MCR2030)

ในโอกาสที่ คณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปี 2569 จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ประเมินเชิงประจักษ์รอบชิงชนะเลิศ ณ เทศบาลเมืองมหาสารคาม โดยมีนายภาคิน ติระพงศ์ไพบูลย์ นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ และได้รับเกียรติจาก นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ร่วมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน

เทศบาลฯ ได้นำเสนอพื้นที่และการดำเนินงานสำคัญ อาทิ แลนด์มาร์กคลองสมถวิล สวนผักคนเมืองเลิงน้ำจั้น การขับเคลื่อนเมืองสุขภาวะ 9 ประเด็น นิทรรศการ ณ โรงเรียนเทศบาลสามัคคีวิทยา และโครงการกำจัดและแปรรูปมูลฝอยเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งสะท้อนการพัฒนาเมืองทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร คุณภาพชีวิต และการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย

ในมิติ MCR2030 ผลการทบทวน Disaster Resilience Scorecard for Cities ที่ผ่านมา พบว่า เทศบาลเมืองมหาสารคามมีพัฒนาการจาก 56/141 คะแนน (ร้อยละ 39.7) เป็น 71/141 คะแนน (ร้อยละ 50.4) โดยมีจุดแข็งด้าน โครงสร้างพื้นฐานพื้นฐานของเมือง การเตรียมพร้อมและการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการมีแผน ระบบเตือนภัย พื้นที่รองรับ และข้อมูลกลุ่มเปราะบางที่สามารถนำมาใช้สนับสนุนการจัดการความเสี่ยงได้

อย่างไรก็ตาม การทบทวนยังสะท้อน ช่องว่างที่ต้องพัฒนาต่อ โดยเฉพาะการนำข้อมูลความเสี่ยงไปใช้ในการ ป้องกันและลดผลกระทบก่อนเกิดภัย การวางผังและพัฒนาเมืองบนฐานความเสี่ยง การเชื่อมข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่การวางแผน และการใช้ระบบนิเวศหรือมาตรการเชิงธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการลดความเสี่ยง รวมถึงการทำให้การฟื้นฟูหลังเกิดเหตุเชื่อมโยงกับการพัฒนาเมืองในระยะยาวมากขึ้น

บทบาทของหน่วยปฏิบัติการวิจัยฯ  จึงมุ่งสนับสนุนให้ข้อมูลและหลักฐานเหล่านี้ถูกนำมาใช้ ไม่ใช่เพียงเพื่อการประเมิน แต่เพื่อช่วยให้เมืองเห็นว่า “เราทำอะไรได้ดีแล้ว – ช่องว่างอยู่ตรงไหน – และควรพัฒนาอะไรต่อ” พร้อมเชื่อมผลการวิเคราะห์สู่แผนงาน โครงการ การจัดลำดับความสำคัญ และความร่วมมือของภาคีในพื้นที่ การลงพื้นที่ครั้งนี้ จึงเป็นอีกโอกาสสำคัญในการเชื่อมแนวคิด “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” กับ “เมืองรีซิเลียนซ์ต่อภัยพิบัติ” ให้เดินไปด้วยกัน เพื่อให้มหาสารคามเป็นเมืองที่ไม่เพียงน่าอยู่ในวันนี้ แต่สามารถ รู้ความเสี่ยง เตรียมพร้อม รับมือ ฟื้นตัว และปรับตัวต่อภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ภาพและข่าว :  คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มมส / ดร.ธายุกร พระบำรุง

เผยแพร่โดย : ชลทิตย์ สีเทา

ณ วันที่ : 17 สิงหาคม 2569

About env@msu.ac.th

Check Also

CMARE พัฒนาบทเพลงสื่อสารภัยพิบัติในมิติใหม่

CMARE พัฒนาบทเพลงสื่อสารภัยพิบัติในมิติใหม่

เปลี่ยนข้อมูลความเสี่ยงสู่การเรียนรู้ที่เข้าถึง เข้าใจ และนำไปใช้ได้ หน่วยปฏิบัติการวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบรรเทา และการปรับตัว (CMARE) คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนา ชุดบทเพลงเพื่อการสื่อสารและเรียนรู้ด้านภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อทดลองรูปแบบใหม่ของการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาสื่อสารให้ประชาชน เยาวชน และผู้เรียนสามารถเข้าถึงเรื่องความเสี่ยงที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น ความแตกต่างของบทเพลงชุดนี้ …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *