Breaking News
Home / ข่าว / กิจกรรม : งานวิจัย / มหาวิทยาลัยมหาสารคามร่วมอบรม UNDRR พร้อมถอดบทเรียนเมืองอินชอน สู่การพัฒนาเมืองมหาสารคามให้พร้อมรับภัย

มหาวิทยาลัยมหาสารคามร่วมอบรม UNDRR พร้อมถอดบทเรียนเมืองอินชอน สู่การพัฒนาเมืองมหาสารคามให้พร้อมรับภัย

มหาวิทยาลัยมหาสารคามร่วมอบรม UNDRR พร้อมถอดบทเรียนเมืองอินชอน สู่การพัฒนาเมืองมหาสารคามให้พร้อมรับภัย

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  โดยคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ โดย ดร.ธายุกร พระบำรุง ผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบรรเทา และการปรับตัว (CMARE) เข้าร่วมการอบรม Training of Trainers Workshop on Disaster Risk Reduction for Training Institutes and Universities ระหว่างวันที่ 16–19 มิถุนายน 2569 ณ UNDRR Global Education and Training Institute เมืองอินชอน สาธารณรัฐเกาหลี

การอบรมจัดขึ้น เพื่อพัฒนาแนวทางบูรณาการความรู้ด้านการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่การเรียนการสอน การวิจัย และการทำงานร่วมกับภาครัฐ เมือง และชุมชน กิจกรรมครั้งนี้มีผู้แทนจาก 26 มหาวิทยาลัยและสถาบัน ได้แก่ University of Newcastle, Global Development College, Shandong University, University of Southern Denmark, SPC, IISSM, Rashtriya Raksha University–Lucknow Campus, National Institute of Disaster Management, School of Planning and Architecture, Indian Institute of Technology Roorkee, Tohoku University, Keio University, Mohammed V University, SUNY, Incheon Research Institute, Yonsei University, University of the South Pacific, North-West University, Lund University, Mahasarakham University, Naresuan University, Prince of Songkla University, Asian Institute of Technology, University College London, Loughborough University และ Belmont University

ความหลากหลายของผู้เข้าร่วมทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทั้งด้านการศึกษา การบริหารเมือง นโยบาย ระบบเตือนภัย การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างความร่วมมือกับประชาชนในบริบทที่แตกต่างกัน

เมืองพร้อมรับภัยต้องเริ่มก่อนเกิดเหตุ

สาระสำคัญของการอบรมครอบคลุมกรอบเซนไดเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ แนวทาง Making Cities Resilient 2030 หรือ MCR2030 การใช้ Disaster Resilience Scorecard for Cities ระบบเตือนภัยล่วงหน้าหลายภัย การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วมของชุมชน และการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ด้านภัยพิบัติ

บทเรียนสำคัญ คือ การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ไม่ควรรอให้เกิดเหตุแล้วจึงแก้ไข และไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องบูรณาการตั้งแต่การศึกษา ผังเมือง สิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน ระบบเตือนภัย การบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมของประชาชน

มหาวิทยาลัยจึงมีบทบาทสำคัญทั้งในการสร้างองค์ความรู้ พัฒนาบุคลากร สนับสนุนการใช้ข้อมูล และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกับพื้นที่ เพื่อให้การลดความเสี่ยงนำไปใช้ได้จริง

ถอดบทเรียนการบริหารเมืองอินชอน

การศึกษาดูงาน ณ IFEZ Smart City Integrated Operations Center ทำให้เห็นการนำข้อมูลจากกล้อง CCTV ระบบจราจร และอุปกรณ์ตรวจวัดต่าง ๆ มาใช้ร่วมกัน เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ ดูแลความปลอดภัย ให้บริการประชาชน และสนับสนุนการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน

การเรียนรู้จากพื้นที่เมืองอินชอน ยังสะท้อนความสำคัญของการวางผังเมืองที่เชื่อมโยงทางเดิน ทางจักรยาน พื้นที่สีเขียว แหล่งน้ำ ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ การจัดการขยะ และพื้นที่สาธารณะเข้าด้วยกัน

เมือง ยังมีจุดเด่นด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบพื้นที่ ทำให้อาคาร สวน แหล่งน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เป็นทั้งพื้นที่ใช้งานและองค์ประกอบที่สร้างอัตลักษณ์ให้เมือง มีความเป็นระเบียบ น่าเดิน และน่าค้นหา อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตเกี่ยวกับความหนาแน่นของผู้คน การจราจร คุณภาพอากาศที่รับรู้จากการเดินในพื้นที่ และพื้นที่พาณิชย์ที่ยังว่างบางส่วน มาจากการศึกษาดูงานระยะสั้น จึงควรใช้เป็นบทสะท้อนเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสรุปของเมืองทั้งหมด

จากอินชอน สู่การพัฒนาเมืองมหาสารคาม

องค์ความรู้ที่ได้รับเชื่อมโยงโดยตรงกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยมหาสารคามร่วมกับเทศบาลเมืองมหาสารคามและภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะกระบวนการทบทวนตนเองตามแนวทาง MCR2030 และการใช้ Disaster Resilience Scorecard เพื่อประเมินจุดแข็ง ช่องว่าง และประเด็นที่เมืองควรเร่งพัฒนา

บทเรียนจากอินชอน สามารถยืนยันว่า ผลการประเมินเมือง ไม่ควรจบเพียงคะแนน แต่ต้องนำไปสู่การพัฒนาฐานข้อมูลความเสี่ยงและความเปราะบาง ระบบแจ้งเตือน การดูแลกลุ่มเปราะบาง การเสริมความพร้อมของชุมชน และการเชื่อมโยงหน่วยงานให้เห็นภาพความเสี่ยงร่วมกัน

สำหรับเมืองมหาสารคาม การพัฒนา จะเน้นการประยุกต์ใช้ความรู้และเทคโนโลยีให้เหมาะกับบริบทของพื้นที่ ควบคู่กับการใช้ทุนทางวัฒนธรรม เช่น การพัฒนา “กลองยาวมหาสารคาม” ให้เป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมการสื่อสารความเสี่ยงและการเตรียมพร้อมรับภัยของเมือง และการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลการจัดการภัยพิบัติที่บูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานภายในเทศบาลเมืองมหาสารคาม เพื่อใช้ประกอบการวางแผนและการตัดสินใจเพื่อสร้างชุมชนให้รีซิเลียนซ์ต่อภัยพิบัติ

ขยายผล ผ่านเครือข่าย TNDR

ในระยะต่อไป มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จะนำเครื่องมือและองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดด้านการเรียนการสอน การพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น งานวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อพัฒนาบุคลากรที่สามารถเข้าใจความเสี่ยง ใช้ข้อมูล และทำงานร่วมกับพื้นที่ได้จริง

นอกจากการสนับสนุนเทศบาลเมืองมหาสารคามแล้ว ยังมุ่งขยายบทเรียนไปสู่เมืองและท้องถิ่นอื่น โดยผนึกกำลังระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ชุมชน ภาคเอกชน และนักวิชาการ ภายใต้เครือข่ายการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติของประเทศไทย (TNDR) เป้าหมายสำคัญ คือ การเชื่อมองค์ความรู้ระดับนานาชาติเข้ากับบริบทของพื้นที่ และสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้เมืองต่าง ๆ สามารถเข้าใจความเสี่ยง วางแผนล่วงหน้า และพัฒนามาตรการลดความสูญเสียที่นำไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ภาพและข่าว : คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์/ ดร.ธายุกร พระบำรุง

เผยแพร่โดย : ชลทิตย์ สีเทา

ณ วันที่ : 23 มิถุนายน 2569

About env@msu.ac.th

Check Also

คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้ารับการตรวจประเมินและรับรองห้องปฏิบัติการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐาน ESPReL (Enhancement of Safety Practice for Research Laboratory) ในรูปแบบ Peer Evaluation จากผู้ประเมินภายนอก

คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้ารับการตรวจประเมินและรับรองห้องปฏิบัติการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐาน ESPReL (Enhancement of Safety Practice for Research Laboratory) ในรูปแบบ Peer Evaluation จากผู้ประเมินภายนอก

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุม 1 และห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ด้านสิ่งแวดล้อม Env315 คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในการนี้ รศ.ดร.อดิศักดิ์ สิงห์สีโว คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *