
หน่วยปฏิบัติการวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบรรเทา และการปรับตัว (CMARE) คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดย ดร.ธายุกร พระบำรุง และคุณสุนิสา โฮ เจ้าหน้าที่บริหารโครงการ (Project Officer) จากสำนักงานเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติ (UNDRR) สำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ร่วมเป็นวิทยากรกระบวนการ ในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 4 หลักสูตร “การประเมินและยกระดับความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติของ อปท. ภายใต้กรอบ UNDRR–MCR2030 และ Disaster Resilience Scorecard for Cities (10 Essentials)” ภายใต้โครงการ “การวิจัยเพื่อพัฒนากลไกจัดการเชิงระบบด้านการบริหารจัดการน้ำครบวงจร และพัฒนาศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานผู้ใช้น้ำบนฐานสมรรถนะ: กรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด” โดยมี รศ.ดร.ปิยภัทร บุษบาบดินทร์ เป็นหัวหน้าโครงการ และได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระหว่างวันที่ 16–17 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมประดับพลอย โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
การอบรมครั้งนี้ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมรวม 15 แห่ง ประกอบด้วย
- อบต.พลับพลา อำเภอเชียงขวัญ
- ทต.ท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ
- ทต.เกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ
- ทต.นาเมือง อำเภอเสลภูมิ
- ทต.หนองหลวง อำเภอเสลภูมิ
- ทต.นาแซง อำเภอเสลภูมิ
- ทต.หินกอง อำเภอสุวรรณภูมิ
- ทต.ทุ่งหลวง อำเภอสุวรรณภูมิ
- ทต.ดอกไม้ อำเภอสุวรรณภูมิ
- ทต.สุวรรณภูมิ อำเภอสุวรรณภูมิ
- อบต.นาใหญ่ อำเภอสุวรรณภูมิ
- ทต.ธงธานี อำเภอธวัชบุรี
- อบต.มะบ้า อำเภอทุ่งเขาหลวง
- ทต.ชุมพร อำเภอเมยวดี
- ทต.อุ่มเม้า อำเภอธวัชบุรี
พร้อมทั้งเชื่อมโยงการทำงานกับระดับจังหวัดผ่านบทบาทขององค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำและการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของพื้นที่
สาระสำคัญของกิจกรรมมุ่งเน้นการทำความเข้าใจกรอบ MCR2030 และ Disaster Resilience Scorecard for Cities (10 Essentials) เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้เป็นเครื่องมือทบทวนตนเอง เห็นจุดแข็ง จุดที่ต้องเร่งพัฒนา และกำหนดแนวทางยกระดับศักยภาพของพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับการพัฒนาท้องถิ่นในระยะยาว ภายในกิจกรรมมีการบรรยายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในประเด็นสำคัญหลายด้าน ทั้งการขยายผลจากงานวิจัยสู่การบริหารจัดการน้ำเชิงระบบ การบูรณาการกรอบ MCR2030 กับแผนพัฒนาท้องถิ่น แผนสาธารณภัย และ LPA ตลอดจนการใช้เครื่องมือข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของท้องถิ่น เช่น แอพ 365 วัน ดิน&น้ำ&อากาศ เพื่อการเกษตร แดชบอร์ดข้อมูลเพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แผนที่ความเสี่ยง ผังน้ำ และ Thai Water Plan ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ท้องถิ่นสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยเฉพาะในประเด็นการบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือ การทำ Workshop : Self-Assessment ตาม 10 Essentials และการอภิปรายกลุ่มเพื่อสรุปประเด็นเร่งด่วนของแต่ละบริบทพื้นที่ ซึ่งช่วยให้ผู้แทน อปท. ได้มองเห็นสถานการณ์ของตนเองในมุมที่เชื่อมโยงมากกว่าการจัดการภัยแบบเฉพาะหน้า แต่ครอบคลุมถึงการบริหารจัดการองค์กร การรู้ความเสี่ยง การจัดสรรทรัพยากร การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริการพื้นฐานของพื้นที่
จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พบว่า ประเด็นหลักร่วมของหลายพื้นที่ คือ การบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะภัยแล้งและน้ำท่วม ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของพื้นที่ในจังหวัดร้อยเอ็ด การอบรมครั้งนี้ จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้เข้าร่วมเห็นภาพร่วมว่าการพัฒนาความยืดหยุ่นของท้องถิ่นจำเป็นต้องอาศัยทั้งข้อมูล งานวิจัย เครื่องมือสากล กลไกท้องถิ่น และความร่วมมือจากหลายภาคส่วนควบคู่กัน CMARE มองว่า การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญของการเชื่อมโยง องค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การใช้งานจริงในระดับท้องถิ่น โดยไม่เพียงช่วยเสริมความเข้าใจด้านการประเมินความรีซิเลียนซ์ของพื้นที่ แต่ยังช่วยปูพื้นฐานให้ อปท. และ อบจ. สามารถพัฒนากลไกรองรับการใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบ และนำไปต่อยอดสู่การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น การจัดการน้ำ และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน
ภาพและข่าว : คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม/ ดร.ธายุกร พระบำรุง
เผยแพร่โดย : ชลทิตย์ สีเทา
ณ วันที่ : 20 มีนาคม 2569
คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม|Faculty of Environment and Resource Studies Mahasarakham University



















